วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

35.องค์การของสนธิสัญญาซีโต้

องค์การของสนธิสัญญาซีโต้
1x42.gif


ซีโต้ South East Asia Collection Defence Treaty คือ องค์การของสนธิสัญญาการป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สปอ.)
การลงนาม ในสนธิสัญญามีขึ้น เมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1954 ที่กรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
จึงรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่ากติกามนิลา มีสมาชิก คือ  ไทย สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และฝรั่งเศส  
จุดประสงค์ เพื่อยับยั้งการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 ซีโต้ก่อตั้งขึ้นในระหว่างการประชุมคณะมนตรีสนธิสัญญาในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955
เหตุการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่  2
    สหรัฐอเมริกาเสียหายน้อยกว่าประเทศคู่สงครามในยุโรป ทั้งยังเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสูง และเป็นประเทศแรก ที่สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีความรู้สึกว่า ตนเป็นตำรวจโลก เพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งวิถีทางประชาธิปไตยและเสรีภาพ
    หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สหภาพโซเวียต ฟื้นตัว อย่างรวดเร็ว เพราะพื้นที่กว้างใหญ่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ
สหภาพโซเวียตต้องการเป็นผู้นำในการปฏิวัติโลก เพื่อสถาปนาระบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์
ดังนั้น ทั้งสองอภิมหาอำนาจ จึงใช้ความช่วยเหลือที่ให้แก่ประเทศต่างๆ เป็นเครื่องมือในการขยายอิทธิพล อำนาจ และอุดมการณ์ของตน เพื่อหาประเทศที่มีอุดมการณ์คล้ายคลึงกันมาเป็นเครื่องถ่วงดุลอำนาจกับฝ่ายตรงข้าม
การขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากอินโดจีน คือ ประเทศเวียดนาม เขมร และลาว ซึ่งได้รับอิทธิพลจากประเทศฝรั่งเศส
เวียดนามถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยใช้เส้นขนานที่ 17 องศาเหนือเป็นเขตแบ่งชั่วคราว เวียดนามเหนืออยู่ใต้การปกครองของลัทธิคอมมิวนิสต์ มีโฮจิมินห์เป็นผู้นำ เวียดนามใต้ปกครองระบอบประชาธิปไตย มีโงดินห์เดียมเป็นผู้นำ (ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา)
โดยให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเวลา 1 ปี เพื่อรวมเวียดนามเป็นประเทศเดียวกัน แต่การเลือกตั้งก็ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเกิดการสู้รบระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้
   การขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์เข้ามาในอินโดจีน ทำให้สหรัฐอเมริกานำนโยบายล้อมกรอบการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์มาใช้ในเอเซียด้วย
นายจอห์น ฟอสเตอร์ ดัลเลส รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาขณะนั้นประกาศอย่างแข็งขันว่าจะไม่ยอมให้ลัทธิคอมมิวนิสต์ขยายตัวต่อไป
โดยเชื่อมั่นในทฤษฏีโดมิโนว่า ถ้าประเทศใดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์แล้ว ประเทศใกล้เคียงอื่นๆ ก็จะพลอยเป็นคอมมิวนิสต์ไปด้วย
ในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ.1954 จึงได้มีการสนธิสัญญาที่กรุงมะนิลา เพื่อจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
โดยประกอบด้วย 8 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไทย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ด้วยวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกับนาโต้
   ซีโต้ยุบเลิกเมื่อปี พ.ศ. 2520 เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองของโลกได้เปลี่ยนไปมาก สหรัฐอเมริกาถอนกำลังทหารออกจาก เวียดนามใต้
และรัฐบาลที่อเมริกาสนับสนุนประสบความพ่ายแพ้ทั้งในเวียดนาม ลาว และกัมพูชา และทำให้องค์การซีโต้หมดความจำเป็น ในฐานะเครื่องมือในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคนี้



1x42.gif

36.ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
1x42.gif
  ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีนโยบายว่าจะไม่เป็นพันธมิตรหรือต่อต้านกับขั้วอำนาจฝ่ายใด
เป็นผลสืบเนื่องจากแนวคิดของนายเยาวหราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย, ญามาล อับดุลนาเซร์ อดีตประธานาธิบดีของอียิปต์ และยอซีป บรอซ ตีโต ประธานาธิบดีของยูโกสลาเวีย  ดร.ซูการ์โน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีควาเมห์ เอนครูมา แห่งกานา
ขบวนการนี้ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 1995 มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้นนับถึงปี ค.ศ. 2007 จำนวน 118 ประเทศ ซึ่งเป็นตัวแทนของจำนวนสมาชิกในสหประชาชาติถึง 2 ใน 3 และมีจำนวนประชากรรวม 55% ของประชากรทั้งโลก ส่วนใหญ่แล้วเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่า กลุ่มโลกที่สาม
    กลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ก่อตั้งเมื่อปี 1961 มีจุดเริ่มต้นมาจากการรวมตัวกันของผู้นำ 5 ประเทศ ได้แก่ พม่า ปากีสถาน ศรีลังกา อินเดีย และอินโดนีเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศในยุคสงครามเย็น หลังจากนั้น การประชุมได้ขยายวงกว้างออกไปสู่กลุ่มประเทศในทวีปเอเชียและแอฟริกาที่ได้รับผลกระทบจากการตกเป็นอาณานิคม
     ปัจจุบัน "นาม" (NAM) มีสมาชิก 120 ประเทศ คือ เอเชียและแปซิฟิก 39 ประเทศ แอฟริกา 53 ประเทศ ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 26 ประเทศ และยุโรปตะวันออก 2 ประเทศ และมีผู้สังเกตการณ์อีก 17 ประเทศและองค์การ
โดยในปี พ.ศ. 2555 อิหร่านในฐานะประเทศเจ้าภาพจะทำหน้าที่ประธานกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด(ครั้งที่ 16) จนถึงปี ค.ศ. 2015   
      ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เกิดจากประชุมที่บันดุง ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี ค.ศ. 1955 ต่อมาได้มีการประชุมอย่างเป็นทางการที่ กรุงเบลเกรด ประเทศยูโกสลาเวีย  เมื่อปี ค.ศ. 1961 มีประเทศเข้าร่วมประชุม 29 ประเทศ รวมประเทศไทยด้วย
     ในการประชุมครั้งที่ 2 จำนวนสมาชิก เพิ่มเป็น 47 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศยากจน หรือประเทศในโลกที่สาม มีการประชุมที่เมือง ไคโร ประเทศอิยิปต์
     ครั้งที่ 10 จัดขึ้นที่ กรุงจาการ์ตา มีสมาชิกเพิ่มเป็น 108 ชาติ รวมเป็นกลุ่มที่มิได้ก่อตั้งเป็นรูปธรรมเหมือนองค์กรอื่นๆ แต่จะมีความผูกพันในด้านคุณธรรมของสมาชิกที่มีความยึดมั่นต่อกัน
     อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (นาม) ครั้งที่ 16   ที่กรุงเตหะราน ในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555
มีผู้นำและตัวแทนจาก 50 ประเทศเข้าร่วม อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้ เพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาและแนวคิดใหม่ๆ
พร้อมกับเน้นย้ำว่า อิหร่านจะไม่ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากเป็นบาปอันใหญ่หลวงและไม่สามารถให้อภัยได้ แต่จะไม่ละทิ้งสิทธิในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์
เพราะอาวุธนิวเคลียร์ไม่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและอำนาจทางการเมือง แต่เป็นภัยต่อทั้ง 2 สิ่ง และได้กล่าวถึงโครงสร้างคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ว่าไม่เป็นธรรม ไม่สมเหตุสมผล และเอื้อให้สหรัฐแสดงพฤติกรรมอันธพาลบนเวทีโลก

1x42.gif

37.สหภาพยุโรป

สหภาพยุโรป
1x42.gif
สหภาพยุโรป European Union  หรือ  EU  พัฒนามาจาก ประชาคมยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมองค์การทางเศรษฐกิจ 3 องค์การเข้าด้วยกัน คือ ประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้ายุโรป ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป หรือตลาดร่วมยุโรป และประชาคมพลังงานปรมาณูยุโรป จัดตั้งขึ้นเพื่อยกระดับทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปให้ดีขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือของประเทศสมาชิกซึ่งเป็นกลุ่มในประเทศยุโรป
    วัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง
1. เพื่อรวบรวมระบบเศรษฐกิจ ความร่วมมือในการพัฒนาสังคม และการปกครองแบบประชาธิปไตยของประเทศสมาชิกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว
2. เพื่อยกระดับการดำรงชีวิตของประชากรขาวยุโรปให้ดีขึ้น
3. เพื่อจัดตั้งสหภาพศุลกากรโดยการขจัดอุปสรรคต่างๆ ทางการค้าระหว่างประเทศ
ก่อนเดือนมกราคม 1993 ตลาดยุโรปเป็นตลาดไร้พรมแดน และมีการใช้เงินสกุลเดียวกัน คือ เงินยุโรป EURO ซึ่งเริ่มใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2002  ใน 13 ประเทศ คือ ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน โปรตุเกส เบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์ก ไอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ออสเตรีย อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และกรีก ส่วนเดนมาร์ก  สวีเดน และสหราชอาณาจักร ยังคงใช้สกุลเงินของตนเองอยู่
   สหภาพยุโรปประกอบไปด้วยรัฐอิสระ 27 ประเทศ เป็นที่รู้จักกันในสถานะรัฐสมาชิก: ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลัตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักรปัจจุบันมีประเทศสมัครเข้าเป็นสมาชิก 3 ประเทศคือ โครเอเชีย มาซิโดเนียและตุรกี
สหภาพยุโรปในประชาคมโลก
      สหภาพยุโรปกำลังพยายามพัฒนา European Identity ในระบบความมั่นคงของภูมิภาคยุโรปทั้งโดยการพัฒนา CF SP และการปรับทิศทางองค์กรด้านความมั่นคงอื่น ๆ ในยุโรป รวมทั้งขยายความร่วมมือและบทบาทด้านความมั่นคงใน
      สหภาพยุโรปกำลังดำเนินการและเจรจาขยายการจัดตั้งเขตการค้าเสรีทั้งภายในและ ภายนอกภูมิภาคยุโรปอย่างมาก  โดยใช้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ ปัจจุบันสหภาพยุโรปมีความตกลงการค้าเสรีกับประเทศยุโรปกลางและตะวันออก และกำลังเจรจาเพื่อมีความตกลงการค้าเสรีกับกลุ่มประเทศเมดิเตอร์-เรเนียน ละตินอเมริกา และแอฟริกาหลายประเทศ และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง Trans-Atlantic Market Place
เงินยูโร
    ยูโร เป็นสกุลเงินที่ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป 13 ประเทศตกลงใช้ร่วมกัน เริ่มใช้วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2542
    ยูโรโซน  เงินยูโรเป็นผลมาจากความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจที่ได้รับการพัฒนาในยุโรปมา ตั้งแต่ยุคสมัยโรมัน แม้กระนั้นเงินยูโรก็ยังสามารถพบเห็นได้ทั่วไปเหมือนกับเป็นการค้าขายสำหรับ ตลาดของยุโรป อำนวยความสะดวกในการค้าขายแลกเปลี่ยนอย่างอิสระภายในยูโรโซน โดยเงินสกุลนี้ยังได้รับการดูแลจากผู้ก่อตั้ง ให้เป็นส่วนสำคัญของโครงการของการการรวมอำนาจทางการเมืองของยุโรป
    เงินยูโรยังสามารถใช้ในการชำระหนี้ในอาณาเขตนอกอียูบางแห่ง ประเทศโมนาโก ประเทศซานมาริโน และนครรัฐวาติกัน ซึ่งเคยใช้ฟรังค์ฝรั่งเศส หรือลิซาอิตาลี เป็นสกุลเงินทางการ ตอนนี้ได้เปลี่ยนมาใช้สกุลยูโรแทน และได้รับสิทธิ์ในการผลิตเหรียญในสกุลยูโรในจำนวนเงินน้อย ๆ แม้ว่าประเทศเหล่านี้จะไม่ได้เป็นสมาชิกของอียู นอกจากนี้แล้วยังมี ประเทศอันดอร์รา และ รัฐมอนเตเนโกรและรัฐโคโซโว ในประเทศเซอร์เบียและมอนเตเนโกร ที่สามารถใช้เงินยูโรได้
วัตถุประสงค์พื้นฐานในการจัดตั้งสหภาพเศรษฐกิจและการเงินยุโรป
  1.เพื่อลดความผันผวนที่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศสมาชิก
  2.เพื่อสนับสนุนการค้าและการลงทุนทั้งภายในและนอกภูมิภาค
  3.เพื่อให้ทุกประเทศสามารถแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนที่เท่าเทียมกัน
  4.เพื่อลดต้นทุนการผลิตและขยายความสามารถในการแข่งขันของประเทศสมาชิก                                                   
  5.เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินโดยผ่านธนาคารกลางยุโรปที่จะจัดตั้งขึ้น


1x42.gif

39.อาณาจักรโบราณในประเทศไทย

อาณาจักรโบราณในประเทศไทย1x42.gif
อาณาจักรโบราณในประเทศไทยที่จารึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษณ์มีดังนี้
1. อาณาจักรทวารวดี เป็นอาณาจักรที่มีความเจริญในภาคกลาง มีความเจริญด้านพระพุทธศาสนา รวมถึงความเจริญทางด้านศิลปกรรม มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง นอกจากนั้นยังมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจ โดยเป็นศูนย์กลางด้านการค้าที่สำคัญ
2. อาณาจักรละโว้ เป็นแหล่งชุมชนที่มีความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจเป็นแหล่งน้ำ มีการติดต่อค้าขายทางทะเลสะดวก ละโว้ได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอม เรียกว่า คิลปะลพบุรี เช่น พระปรางค์สามยอด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความเชื่อของศาสนาพุทธและฮินดู จนมีการล่มสลายเมื่อถูกรวมเข้ากับอาณาจักรอยุธยา
3 .อาณาจักรฟูนัน เป็นอาณาจักรที่เก่าแก่ที่สุดในดินแดนสุวรรณภูมิ มีการนำความเชื่อทางศาสนา พราหมณ์-ฮินดูมาใช้ มีจุดศูนย์กลางอยู่แถบลุ่มน้ำโขงในประเทศเขมรปัจจุบัน มีการปกครองแบบเทวราชา ยกย่องพระมหากษัตริย์เป็นเทพเจ้า รวมถึงความเจริญทางด้านการค้า ความเสื่อมของอาณาจักรฟูนันเกิดจากการุกรานของอาณาจักรเจนละ
4. อาณาจักรตามพรลิงค์ ตั้งบนคาบสมุทรในภาคใต้ฝั่งตะวันออกของไทย มีนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรในช่วงศตวรรษ 18 มีศาสนาพุทธ ลัทธิลังกาวงศ์เจริญและรุ่งเรืองมาก อยู่ในฐานะเมืองขึ้นของสุโขทัยนานถึง 56 ปี
5. อาณาจักรศรีวิชัย ตั้งอยู่บริเวณเกาะชวา เกาะสุมาตรา คาบสมุทรมลายู และบางส่วนของภาคใต้ในประเทศไทย กลางพุทธศตวรรษที่ 14 พระพุทธศาสนานิกายมหายาน และศิลปะศรีวิชัยได้แผ่ขยายเข้ามา
6. อาณาจักรโคตรบูร ตั้งขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเชื่อดั้งเดิม คือ นับถือผี บูชาพญานาค นับถือศาสนาพุทธแบบเถรวาท
7. อาณาจักรหริภุญชัย เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา เมื่อก่อตั้งมาได้ประมาณ 632 ปี ได้ตกอยู่ในอำนาจของพ่อขุนมังรายจากเชียงราย
8. อาณาจักรโยนกเชียงแสน ตั้งอยู่บนบริเวณเหนือสุดของประเทศไทย พระเจ้าสิงหนวัติเป็นผู้สร้างเมือง มีความเจริญรุ่งเรืองด้านประติมากรรม เอกลักษณ์คือ ประติมากรรมศิลปะเชียงแสน
9. อาณาจักรล้านนา ผู้ก่อตั้งคือ พระยาเม็งราย ได้สร้างเมืองหลวงที่เมืองนครพิงค์เชียงใหม่ เป็นอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในเขตภาคเหนือในทุกด้าน

10. อาณาจักรขอม ก่อตั้งโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 โดยศูนย์กลางอยู่ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงในเขตประเทศเขมร เป็นอาณาจักรที่มีอาณาเขตกว้างขวางมาก รวมทั้งความเจริญด้านศาสนาผสมผสานระหว่าง ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดูกับพระพุทธศาสนา


40.ปัจจัยในการตั้งถิ่นฐานของชนชาติไทยในสมัยสุโขทัย

ปัจจัยในการตั้งถิ่นฐานของชนชาติไทย
ในสมัยสุโขทัย
1x42.gif
ปัจจัยที่เอื้อต่อการตั้งถิ่นฐานในสมัยสุโขทัยมีดังนี้
1. กรุงสุโขทัยตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินและห่างทะเล มีแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน 3 สาย คือ แม่น้ำปิง ยม น่าน
2. ลักษณะภูมิประเทศ เป็นบริเวณที่เป็นภูเขา และที่ราบที่ลุ่มแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์
3. ลักษณะภูมิอากาศ มีความชุ่มชื้น ฝนตกสม่ำเสมอ เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน
4. ทรัพยากรธรรมชาติ
5. ประชากร มีผู้นำที่เข้มแข็ง กล้าหาญ
6. การเสื่อมอำนาจของขอม ทำให้ชาวไทยได้รวมกันกำจัดขอมและสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยได้สำเร็จ


การสถาปนาอาณาจักรสุโขทัย
เดิมเมืองสุโขทัยและเมืองศรีสัชนาลัยอยู่ภายใต้การปกครองของขอม ต่อมาพ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยางกับพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดได้ช่วยกอบกู้เอกราชคืนมา และสถาปนากรุงสุโขทัย พ่อขุนบางกลางหาวขึ้นครองราชย์ ทรงพระนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย มีทั้งหมด 9 พระองค์
รัชกาลที่ 1 พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง ทรงสถาปนาสุโขทัยโดยขับไล่ขอมออกไป
รัชกาลที่ 2 พ่อขุนบานเมือง
รัชกาลที่ 3 พ่อขุนรามคำแหง ทรงปกครองบ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอันมาก พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ดังนี้
  1. ทรงเป็นนักรบที่เชี่ยวชาญในการทำศึกสงคราม
  2. ทรงอุปการะเกื้อกูลเมืองที่ขอพึ่งบารมี ทรงใช้หลักธรรมในการปกครองประเทศราช ไม่ได้ใช้กำลังบังคับอย่างเดียว
  3. ทรงประดิษฐ์อักษรไทย โยนำเอาภาษาขอม มอญ บาลีสันสกฤต มาประยุกต์เป็นภาษาไทย เรียกว่า ลายสือไท
  4. ทรงเป็นองค์พุทธศาสนูปถัมภก คือ ทรงอุปถัมภ์และทะนุบำรุงพุทธศาสนา
  5. ทรงเป็นนักปกครองที่เข้าถึงประชาชน คือ ราษฎรเดือดร้อนให้ไปสั่นกระดิ่งที่แขวนไว้หน้าประตูวัง แล้วพระองค์จะเสด็จออกมาช่วยเหลือ
รัชกาลที่ 4 พญาเลอไท ครองราชย์ยาวนานที่สุด ประมาณ 40 ปี ทรงฝักใฝ่ในทางธรรม ไม่ใส่พระทัยในด้านการปกครองเท่าไหร่นัก นำมาซึ่งความอ่อนแอของอาณาจักร เมืองขึ้นต่างๆแยกตัวออกเป็นอิสระ
รัชกาลที่ 5 พญางั่วนำถม ปกครองในช่วงเวลาประสบกับสงครามควมแตกแยกวุ่นวายภายในอย่างหนัก
รัชกาลที่ 6 พระมหาธรรมราชาที่ 1 ทรงปราบจลาจลได้สำเร็จ ทรงปกครองด้วยรูปแบบธรรมราชา ซึ่งนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการปกครอง ซึ่งแตกต่างกับการปกครองในแบบพ่อปกครองลูก ในสุโขทัยตอนต้น
รัชกาลที่ 7 พระมหาธรรมราชาที่ 2 เป็นช่วงสุโขทัยตกเป็นเมืองขึ้นของอยุธยา
รัชกาลที่ 8 พระมหาธรรมราชาที่ 3 เกิดการช่วงชิงอำนาจ สมเด็จพระนครอินทราธิราชแห่งอยุธยาเสด็จมาช่วยระงับจลาจลแล้วทรงแต่งตั้งพญาบาลเมืองขึ้นเป็นกษัตริย์
รัชกาลที่ 9 พระมหาธรรมราชาที่ 4 เมื่อพระมหาธรรมราชาที่ 4 เสด็จสวรรคต กรุงสุโขทัยรวมกับอาณาจักรอยุธยา
1x42.gif

41.พัฒนาการทางด้านการเมืองการปกครองของสุโขทัย

พัฒนาการทางด้านการเมืองการปกครองของสุโขทัย
1x42.gif
1. ความเจริญด้านการเมืองการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย แบ่งเป็น 2 ระยะ
    การปกครองสุโขทัยตอนต้น พ.ศ. 1792-1841  อยู่ในรัชสมัย รัชกาลที่ 1-3 มีลักษณะสำคัญ ดังนี้
  1. พระมหากษัตริย์ทรงมีฐานะเป็นผู้ปกครองสูงสุด
  2. พระมหากษัตริย์ทรงมีความสัมพันธ์กับราษฎรเสมือนบิดากับบุตร
  3. ลักษณะการปกครองระบบครอบครัวลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ มีการจัดการระบบการปกครองให้ครัวเรือนหลายครัวเรือนรวมกันเป็นบ้าน
  4. พระมหากษัตริย์ทรงยึดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในการบริหารบ้านเมือง ชักชวนให้ประชาชนปฏิบัติธรรมเพื่อที่จะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก
2. การปกครองสมัยสุโขทัยตอนปลาย พ.ศ. 1841-1981
   หลังจากพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเสด็จสวรรคต อาณาจักรก็เริ่มระส่ำระส่าย พญาเลอไท ไม่อาจรักษาความมั่นคงไว้ได้ เมืองหลายเมืองแยกตัวเป็นอิสระ
กฎหมายของสุโขทัย คือ กฎหมายสี่บท และลักษณะความสัมพันธ์กับต่างประเทศเป็นแบบสัมพันธไมตรี การจัดหัวเมืองแบบกำแพงสามชั้น คือ เมืองหลวงอยู่ตรงกลางแล้วล้อมรอบด้วยกำแพงสามชั้น ชั้นที่ 1 เมืองลูกหลวง มี 4 เมือง คือ ศรีสัชนาลัย (เป็นเมืองลูกหลวงที่สำคัญที่สุด) เมืองสระหลวง เมืองนครชุม เมืองสองแคว ชั้นที่ 2 เมืองพระยามหานคร เป็นหัวเมืองชั้นนอกที่ทั้งกษัตริย์และประชาชนเป็นคนไทยที่ยอมสวามิภักดิ์กับสุโขทัย ชั้นที่ 3 เมืองประเทศราชที่ทั้งเจ้าเมือง และประชาชนเป็นชาวต่างชาติที่ยอมสวามิภักดิ์กับสุโขทัย
การเสื่อมอำนาจของสุโขทัย
การเสื่อมอำนาจของสุโขทัย มีสาเหตุหลัก 4 ประการ คือ
1. ความเหินห่างระหว่างพระมหากษัตริย์และราษฎร เนื่องจากประชาชนในอาณาจักรมีมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ฐานะกษัตริย์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยเป็นบิดามาเป็นพะมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม ทำให้เกิดความห่างเหินในความสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น
2. ความย่อหย่อนทางด้านทหาร เนื่องจากบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ประชาชนจึงอยู่อย่างร่มเย็น จึงละเลยด้านการทหารกองทัพเกิดความย่อหย่อนเป็นโอกาสให้บรรดาเมืองน้อยใหญ่แข็งข้อไม่ขึ้นกับสุโขทัย
3. การถูกตัดเส้นทางเศรษฐกิจ เมืองเมาะตะมะ เป็นเมืองท่าในการขนส่งสินค้า ต่อมาได้ตั้งตัวและแยกตัวอิสระไม่ขึ้นกับสุโขทัย ทำให้เส้นทางสุโขทัยถูกตัดขาด
4. การแตกแยกภายในเนื่องจากการแก่งแย่งชิงอำนาจกัน ก่อให้เกิดจลาจลถึงขึ้นต้องยกกำลังทหารเข้าปราบปรามในตอนปลายรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 2 ต่อมาเกิดการแตกแยกอย่างรุนแรงในพระราชวงศ์ จนสิ้นรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาที่ 4 สุโขทัยถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาอย่างถาวร



1x42.gif

42.การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา

การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา
1x42.gif
การที่พระเจ้าอู่ทองได้ทรงย้ายเมืองจากลพบุรีมาสร้างเมืองใหม่ที่อยุธยา เพราะมีทำเลที่เหมาะสมกว่า ในด้านต่างๆ ดังนี้
1. ลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงมีแม่น้ำลำคลองไหลผ่ายหลายสาย พื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตเพียงพอเลี้ยงประชาชนทั่วทั้งอาณาจักร
2. ลักษณะภูมิอากาศ ภูมิอากาศร้อน มีฝนตกสม่ำเสมอ
3. ทรัพยากรธรรมชาติ มีทรัพยากรธรรมชาติหลายชนิดและมีจำนวนมาก
4. ประชาชนมีผู้นำที่เข้มแข็ง เป็นแหล่งเจริญรุ่งเรืองด้วยอารยธรรมมาก่อน ผู้คนหนาแน่น
5. ด้านการค้า สามารถติดต่อค้าขายทางเรือกับต่างประเทศได้สะดวก
6. ด้านยุทธศาสตร์ อยุธยามีลักษณะเป็นเกาะ แม่แม่น้ำล้อมเป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติ
7. ปัจจัยด้านช่องว่างอำนาจการเมือง สุโขทัยและขอมกำลังเสื่อมอำนาจ เปิดโอกาสให้อยุธยาก่อตัวขึ้น
ประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งอาณาจักรอยุธยา
  การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา กรุงศรีอยุธยาถือกำเนิด เมื่อประมาณ พ.ศ.1893 ในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งในขณะนั้น ได้มีอาณาจักรคนไทยอื่น ๆ ตั้งบ้านเมืองเป็นชุมชนที่เจริญอยู่ก่อนแล้ว ได้แก่ ละโว้ (ลพบุรี) อู่ทอง (สุพรรณภูมิ) และอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งกำลังเสื่อมอำนาจลงมาแล้วในขณะนั้นแคว้นอู่ทองหรือสุพรรณภูมิ โดยในสมัยอาณาจักรอยุธยา มีกษัตริย์ปกครองทั้งหมด 34 พระองค์ การก่อตั้งอาณาจักรอยุธยามีใจความสำคัญดังนี้
1. แคว้นอู่ทองเป็นชุมชนของคนไทย ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง   มีการค้นพบซากเมืองโบราณและหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่น ๆ ในเขตตัวเมืองอู่ทอง(อยู่ริมแม่น้ำจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี) และในเขตอำเภอเมืองสุพรรณบุรี
2. ศูนย์กลางความเจริญของแคว้นอู่ทองอยู่ที่ตัวเมืองอู่ทอง จากหลักฐานที่ค้นพบ ทำให้เชื่อว่า เมืองอู่ทอง เป็นชุมชนโบราณที่มีผู้คนอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ (สมัยที่มนุษย์ยังไม่รู้จักประดิษฐ์ตัวอักษร) จนกระทั่งมีความเจริญสูงสุดในช่วงพุทธศตวรรษที่ 8 - 13 และถือว่ามีอายุเก่าแก่มากกว่าเมืองโบราณที่นครปฐม
3. การค้นพบศิลปะโบราณสถานและโบราณวัตถุสมัยทวารวดี ที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 16 ทำให้สันนิษฐานว่า ก่อนในช่วงดังกล่าว อาณาจักรทวารวดีมีอิทธิพลเหนือดินแดนแห่งนี้ หลังจากนั้น เมืองอู่ทอง ได้เสื่อมอำนาจและลดความสำคัญลง โดยเฉพาะในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 - 19 เมืองสุพรรณบุรี กลับมีความเจริญเข้ามาแทนที่
4. แค้วนอู่ทองหรือสุพรรณบุรี อาจเป็นเมืองเดิมของพระเจ้าอู่ทองก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า พระเจ้าอู่ทอง ทรงพาผู้คนอพยพหนีโรคระบาดจากแคว้นสุพรรณภูมิมาสร้างเมืองใหม่ที่กรุงศรีอยุธยา และต่อมาทรงตั้งให้ ขุนหลวงพะงั่ว ญาติผู้ใหญ่ของพระองค์ไปครองเมืองสุพรรณบุรีแทนแคว้นละโว้หรือลพบุรี
5. แค้วนอโยธยามีอำนาจปกครองในดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างจนถึงพุทธศตวรรษที่ 19  สันนิษฐานว่า พระเจ้าอู่ทอง กษัตริย์อโยธยาสมัยนั้น ได้อพยพพาผู้คนมาตั้งเมืองใหม่ที่ หนองโสน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เดิมมากนัก สถาปนาเป็นกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 1893 และยกฐานะ ลพบุรี ให้เป็นเมืองลูกหลวงการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี


1x42.gif